เซอร์ อาร์เธอร์ โคแนน ดอยล์
Sir Arthur Conan Doyle
ค.ศ. 1859-1930
พ.ศ. 2402-2473
ผู้เขียน “เชอร์ล็อก โฮล์ม”
นักประพันธ์ชาวสก็อต-ไอริชซึ่งอยู่ในกลุ่มนักเขียนระดับแนวหน้าของโลก
เขาเป็นนายแพทย์ผู้ใช้เวลาว่างเขียนเรื่องสั้นหาลำไพ่ ก่อนจะหันเข้าสู่วงการน้ำหมึกเต็มตัว
นิยายนักสืบชุดเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ทำให้เขากลายเป็นนักเขียนที่ค่าตัวแพงที่สุดเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว เซอร์อาร์เธอร์เคยเบื่อเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ถึงกับเขียนให้เขาตายไปเสียรู้แล้วรู้รอด แต่ก็ถูกผู้อ่านเรียกร้องจนต้องกลับมาเขียนอีก
ในวัยปลาย เซอร์อาร์เธอร์เริ่มเชื่อเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณ ภูตผี และนางฟ้าจนกลายเป็นที่ขบขันของคนทั่วไป
ก่อนจะถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจวาย เขาสัญญากับครอบครัวว่าจะติดต่อกลับมาจากปรโลก
วันเยาว์…
เขาใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ดีตกยาก
ตระกูล ‘ดอยล์’ ของพ่อเป็นจิตรกรและนักวาดรูปล้อเลียนการเมืองซึ่งมีชื่อเสียงของสหราชอาณาจักร บรรดาลุงของอาร์เธอร์ล้วนประสบความสำเร็จในด้านศิลปะ
มีแต่พ่อของอาร์เธอร์เท่านั้นที่ไม่เก่ง แม้จะมีหัวทางศิลปะอยู่บ้าง แต่ก็ไม่พิเศษอะไร พ่อจึงรับราชการระดับเล็กๆ เงินเดือนน้อย และตลอดชีวิตการทำงานไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่งเลย
พ่อกับแม่มีลูกด้วยกันถึง 10 คน เงินเดือนของพ่อไม่พอเลี้ยงครอบครัวให้มีความสุขสบายได้ ทำให้ต้องรับความช่วยเหลือจากบรรดาญาติที่ร่ำรวยเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะเมื่อพ่อซึ่งติดเหล้า เริ่มมีอาการป่วยทางประสาทจนต้องเข้าโรงพยาบาล
ลักษณะแปลกอย่างหนึ่งของพ่อ คือชอบวาดรูปนางฟ้า นางไม้ และมีความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณและภูตผีอย่างหนัก
แม่ของอาร์เธอร์ซึ่งมาจากตระกูลผู้ดี เป็นสตรีมีการศึกษา ความเข้มแข็งของเธอทดแทนความอ่อนแอของพ่อได้ดี แม่สอนให้ลูกๆ รู้จักความมีศักดิ์ศรีแม้ว่าฐานะจะยากจน
หนึ่งในการทำให้ตัวมีศักดิ์ศรีตามวิธีของแม่ คือการเรียนหนังสือให้ได้ดี เพื่อจะได้เลี้ยงตัวเองในภายภาคหน้า อาร์เธอร์ซึ่งรักและใกล้ชิดกับแม่มาก จึงขยันเรียนและรักการอ่านหนังสือตามแบบแม่
ในเมื่อครอบครัวไม่มีสตางค์พอสำหรับการดูละครหรือฟังดนตรีนอกบ้านได้ แม่—ซึ่งอาร์เธอร์เรียกว่า ‘แมม’—มีวิธีทำความบันเทิงให้ลูกๆ โดยการอ่านหนังสือให้ฟัง
เมื่อเขาเป็นนักเขียนชื่อดังแล้ว เซอร์อาร์เธอร์เคยเล่าว่า ในวัยเด็ก เขามีความสุขมากเวลา ‘แมม’ อ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ฟัง เพราะเธอมีวิธีทำสุ้มเสียงต่างๆ ทำให้เด็กๆ สนุก ตื่นเต้น และจุดประกายให้เกิดจินตนาการ
อาร์เธอร์อ่านหนังสือออกก่อนที่จะไปโรงเรียน
เขาไม่ได้เรียนโรงเรียนของรัฐอย่างเด็กยากจนทั่วไป แต่ได้เรียนที่โรงเรียนชั้นดี เพราะผู้บริหารโรงเรียนเห็นว่าเป็นเด็กฉลาด จึงยกเว้นค่าเทอมให้
เมื่ออาร์เธอร์อายุได้เก้าขวบ ญาติผู้ร่ำรวยก็จัดการช่วยส่งเขาไปเรียนโรงเรียนประจำในอังกฤษ อาร์เธอร์น้ำตาร่วงตลอดทางที่นั่งรถไฟจากบ้านในสก็อตแลนด์ไปถึงโรงเรียนในอังกฤษ
ความเป็นอยู่ในโรงเรียนประจำเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วโหดสนิท หอพักและห้องเรียนหนาวเย็น อาหารแย่เพราะส่วนใหญ่มีแต่ขนมปังชั้นเลวกับมันฝรั่ง แม้แต่นมยังผสมน้ำจนจาง บรรดาครูส่วนใหญ่มีไม้เรียวคู่มือพร้อมจะเฆี่ยนเด็กๆ ที่ทำผิดเล็กๆ น้อยๆ
อาร์เธอร์ไม่ชอบโรงเรียน แต่ก็ยังขยันเรียนและเรียนได้ดีเหมือนเคย นอกจากจะเรียนดีแล้ว เขายังเก่งการกีฬาต่างๆ อีกด้วย
สิ่งที่เขาชอบจริงๆ คือเพื่อนๆ ผู้กลายมาเป็นแฟนรุ่นแรกของเขา เพื่อนๆ ติดเรื่องเล่าของอาร์เธอร์ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นสดๆ ทุกวัน วิธีเล่านั้นอาร์เธอร์เลียนแบบมาจาก ‘แมม’ ของเขานั่นเอง
การที่เพื่อนร่วมโรงเรียนชอบเรื่องเล่าของเขา ทำให้อาร์เธอร์กลายเป็นขวัญใจรุ่นพี่รุ่นน้อง และมักจะได้ส่วนแบ่งขนมที่เพื่อนๆ มี เขาเริ่มเห็นประโยชน์ของการเป็นนักเล่าแล้ว
พอขึ้นปีการศึกษาใหม่ อาร์เธอร์ก็คิดตัวละครเตรียมไว้ และเริ่มผูกเรื่องยาวติดต่อกัน เล่าให้เพื่อนๆ ฟังได้ทุกวัน ไปจบเอาเมื่อใกล้ปิดเทอม
ครั้งนั้น เด็กชายอาร์เธอร์ไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เขากำลังทำ คือฝึกการประพันธ์ให้กับเซอร์อาร์เธอร์ โคแนน ดอยล์ นักเขียนมีชื่อของโลกในอนาคต และนักเขียนผู้นั้นจะใช้ชื่อ มอริอาร์ตี (Moriarty) ของเพื่อนร่วมชั้นที่เขาไม่ชอบขี้หน้า เป็นนามผู้ร้ายในเรื่องเชอร์ล็อก โฮล์มส์
อีกสิ่งที่ช่วยให้อาร์เธอร์กลายเป็นนักเขียน คือการเขียนจดหมายยาวๆ ถึง ‘แมม’ อย่างสม่ำเสมอ เล่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน ชีวิตความเป็นอยู่ในโรงเรียน เรื่องครู หรือเรื่องของเพื่อนๆ เขาเขียนจดหมายถึงแม่ตั้งแต่เริ่มไปอยู่โรงเรียนประจำ จนกระทั่งเมื่อเป็นนักเขียนมีชื่อเสียงแล้ว เขาก็ยังเขียนอยู่สม่ำเสมอจนกระทั่งแม่จากไปในวัยกว่า 80
เมื่ออายุเพียง 16 อาร์เธอร์ก็เรียนจบมัธยม เขาได้คะแนนสูงและได้ทุนไปเรียนที่เวียนนา อันเป็นเหตุให้เขาเปลี่ยนใจจากที่คิดไว้ว่าจะศึกษาด้านศาสนา ไปเรียนแพทย์แทน ว่ากันว่าการที่พ่อต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโรคจิต อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาต้องการเป็นหมอ
อาร์เธอร์ได้ทุนเรียนแพทย์ แต่ก็ยังไม่ค่อยพอใช้ เขาจึงต้องหาเงินพิเศษโดยเป็นผู้ช่วยแพทย์ และเป็นแพทย์ประจำเรือล่าปลาวาฬในช่วงหยุดเทอม ระยะนี้เองที่เขาเริ่มเขียนเรื่องสั้น และก็พบว่ามีผู้รับไปลงพิมพ์ ทำให้เขามีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง
ในระหว่างที่อยู่วิทยาลัยแพทย์ อาร์เธอร์ได้เรียนกับอาจารย์ซึ่งเป็นที่นับถืออย่างสูงในวงการแพทย์สมัยนั้น ชื่อคุณหมอ โจเซฟ แบลล์ (Joseph Bell)
คุณหมอเบลล์เป็นคนช่างสังเกตและมักจะสามารถวินิจฉัยโรคผู้ป่วยได้ถูกต้องตั้งแต่แรกเห็น อาร์เธอร์เก็บคุณสมบัติในตัวอาจารย์ผู้นี้ มาสร้างใหม่ให้เป็นนักสืบชื่อเชอร์ล็อก โฮล์มส์ในงานเขียนของเขา
เมื่อเรียนจบ อาร์เธอ โคแนน ดอยล์ ผิดหวังจากการเป็นแพทย์ เพราะมีคนมารับการรักษาน้อย เขานั่งเหงาอยู่ในคลินิกจนทำให้ต้องใช้เวลาว่างเขียนหนังสือหารายได้เลี้ยงตัว
ในไม่ช้า อดีตเด็กน้อย ‘นักเล่า’ แห่งโรงเรียนประจำ ก็หันหลังให้วงการแพทย์ และก้าวไปสู่การเป็นนักเขียนระดับโลก