‘กล่องดํา’ เดวิด วอร์เรน
‘Black Box’
David Warren
ค.ศ. 1925-2010
พ.ศ. 2468-2553
นักประดิษฐ์ชาวออสเตรเลียผู้ค้นคิด ‘กล่องดำ’ อุปกรณ์ที่ ‘ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้’ เพื่อบันทึกเสียงและความเป็นไปของช่วงเวลาในการบินแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของตัวเครื่อง หรือเสียงในห้องปฏิบัติการของนักบิน
ผลงานของเขาก่อให้เกิดความเข้าใจและการค้นคิดแก้ไขปัญหาต่างๆ ในการบิน และเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุในการเดินทางทางอากาศของมนุษย์เราทุกวันนี้
เดวิด วอร์เรน และรัฐบาลออสเตรเลียไม่เคยจดลิขสิทธิ์ ‘กล่องดำ’ เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ควรมอบเป็นของขวัญแก่มนุษยชาติ มากกว่าที่จะนำมาเป็นสินค้า
วันเยาว์…
เด็กชายเดวิดเป็นเด็กเชื้อสายยุโรปคนแรกที่ถือกำเนิดในทวีปออสเตรเลีย
เขาเกิดในหมู่บ้านห่างไกลความเจริญ แวดล้อมด้วยชาวอะบอริจินส์ ซึ่งเป็นคนพื้นเมืองออสเตรเลีย
พ่อของเดวิดเป็นนักสอนศาสนาที่สละความสุขสบายในเมืองใหญ่ เดินทางไปสู่แดนทุรกันดานเพื่อแพร่ศาสนาคริสเตียนให้แก่ชาวพื้นเมือง ซึ่งเมื่อร้อยปีที่แล้วฝรั่งเห็นว่าเป็น ‘คนป่า’
ความเป็นอยู่ของครอบครัวนักสอนศาสนาในถิ่นเหล่านี้ มักเต็มไปด้วยความลำบาก ความไม่คุ้นเคยกับอากาศและสิ่งแวดล้อมทำให้เจ็บป่วย หรือเป็นอันตราย บางครั้งถึงกับอดมื้อกินมื้อเพราะขาดแคลนอาหาร
เมื่อหนูน้อยเดวิดอายุได้เพียงสี่ขวบ พ่อตัดสินใจส่งเขาไปอยู่ในเมืองซิดนีย์ ฝากไว้กับโรงเรียนให้อยู่เป็นเด็กประจำ เพราะอยากให้ลูกได้เรียนหนังสือ
คนเชื้อสายอังกฤษในครั้งนั้น เห็นการศึกษาสำคัญยิ่งกว่าการให้บุตรในวัยเยาว์ได้อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่
แม้จะได้อยู่กับพ่อและแม่เฉพาะเวลาที่โรงเรียนปิด แต่เดวิดก็มีความสนิทสนมและได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยม เพียงพอที่จะให้พ่อหนูน้อยรู้สึกไม่เดียวดายในช่วงเวลาที่ต้องอยู่ห่างกัน
เมื่อเดวิดอายุได้แปดขวบ พ่อซื้อวิทยุรุ่นบุกเบิกที่เรียกว่า crystal set หรือ ham radio ให้ไว้ฟังที่โรงเรียน
วิทยุที่ว่าคนไทยสมัยคุณทวดเรียกว่า “วิทยุแร่”
สมัยนั้นวิทยุยังไม่ใช่ของธรรมดาที่มีเกลื่อนกลาดอย่างปัจจุบัน เดวิดจึงดีใจกับของขวัญชิ้นนี้ เพราะสามารถแอบเปิดฟังได้ในยามค่ำ เมื่อโรงเรียนให้ปิดไฟนอน เพื่อนๆ ร่วมโรงเรียนก็ตื่นเต้นกับวิทยุของเดวิดไม่น้อยเลย
ไม่นานหลังจากนั้น เดวิดก็รู้ว่าวิทยุแร่คือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เขาจะได้รับจากพ่อในชีวิตนี้
พ่อจากไปด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกในเวลาไม่นานหลังจากนั้น เป็นอุบัติเหตุทางอากาศครั้งแรกของออสเตรเลีย พ่อและผู้โดยสารอื่นๆ อีกสิบชีวิตรวมทั้งนักบิน เสียชีวิตทั้งหมด
ไม่มีใครทราบว่าเพราะเหตุใด
ในความมืด หนูน้อยเดวิดนอนน้ำตาไหลขณะฟังวิทยุ… ทำไมหนอ พ่อถึงตาย เครื่องบินเป็นอะไร ทำไมจึงตก
ความสงสัยเหล่านี้จะไม่มีวันจางหาย แม้วันเวลาจะผ่านไป
แต่ไม่นาน หัวใจดวงเล็กๆ ของเดวิดก็ซุกความโศกเศร้าไว้ในมุมลึกๆ ปล่อยให้ความซุกซน ความอยากรู้ อยากเห็นออกมาวิ่งเล่น
เดวิดแกะวิทยุที่พ่อให้ออกดูว่ามันทำงานได้อย่างไร แล้วประกอบมันกลับเข้าไปอย่างระมัดระวัง
อืมม์… ไม่ยากแฮะ
เพื่อนๆ พากันหัวเราะ เมื่อเห็นเดวิดเริ่มหาวัสดุต่างๆ มาลองทำวิทยุดูบ้าง แต่ในไม่ช้าเสียงหัวเราะก็กลายเป็นเสียงชม เมื่อเดวิดสามารถประกอบวิทยุเครื่องใหม่ขึ้นได้สำเร็จ
เพื่อนคนหนึ่งขอซื้อวิทยุเครื่องนั้น ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ เรียงคิวกัน ‘ออร์เดอร์’ เพิ่ม เจ้าหนูเดวิดเลยกลายเป็นผู้ผลิตวิทยุรายใหญ่ของโรงเรียน
นอกจากจะสนุกแล้ว ยังได้เงินค่าขนมอีกด้วย
ไม่แต่เท่านั้น การประกอบวิทยุหลายๆ เครื่อง ทำให้เขาชำนาญมากขึ้น และสามารถทำให้วิทยุมีประสิทธิภาพและคุณภาพดีขึ้น
ความสนใจในวิทยุชักพาให้เดวิดอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเครื่องไฟฟ้า เครื่องยนต์ เครื่องจักร ในที่สุดก็โยงไปถึงความสนใจในวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมี
เขาเรียนวิชาเหล่านี้ได้คะแนนดีเยี่ยม ในโรงเรียนและได้เกียรตินิยมเมื่อจบจากมหาวิทยาลัย
ดร. เดวิด วอร์เรน ทำงานให้รัฐบาลออสเตรเลีย แม้เขาจะเป็นที่นับถือในฐานะนักวิชาการ แต่ก็ถูกเพื่อนร่วมงานหัวเราะเยาะเมื่อเขาพยายามประดิษฐ์ ‘กล่องดำ’
ช่างคล้ายกับเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ที่เขาเคยได้ยินมาเมื่อตอนแปดขวบ
แต่ไม่ช้า เสียงหัวเราะก็กลายเป็นเสียงชื่นชม เมื่อรัฐบาลอังกฤษเชิญ ดร.เดวิด ซึ่งมีอายุเพียง 27 ปี ไปแสดงการทำงานของ ‘กล่องดำ’ (ซึ่งแท้จริงเป็นสีส้มหรือแดงเพื่อให้มองเห็นง่าย) และอนุมัติให้ผลิตออกมาใช้ได้ในปี ค.ศ. 1953
เด็กชายเดวิดไม่เคยได้คำตอบเรื่องการจากไปของพ่อ แต่ ดร. เดวิด วอร์เรน ช่วยให้การบินรอบโลกได้รับคำตอบมากมายเพื่อช่วยในการเสริมสร้างคุณภาพและความปลอดภัย
ในทางอ้อม เขาช่วยรักษาชีวิตมนุษย์จำนวนมหาศาลไม่ให้สูญเสียไปเพราะอุบัติเหตุทางเครื่องบิน (รวมไปจนถึงทางเรือและทางรถที่มีการใช้ ‘กล่องดำ’ ด้วย)
ไม่ต้องถามเลยว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจ
เป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากพ่อที่รักผู้จากไปแสนนานแล้วนั่นเอง