มาริลิน มอนโร
Marilyn Monroe
ค.ศ. 1926–1962
พ.ศ. 2469–2505
ดาราหญิงอเมริกันที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงกลางศตวรรษที่ 20
เธอเติบโตขึ้นมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะแม่มีปัญหาทางจิต
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ช่างภาพซึ่งไปถ่ายรูปหมู่คนงานในโรงผลิตอาวุธ สะดุดตากับภาพนอร์มาซึ่งดูดีกว่าตัวจริง จึงติดต่อเธอไปเป็นนางแบบ ภาพวาบหวามของเธอกลายเป็นที่นิยมในหมู่ทหารอเมริกัน และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งเส้นทางบนถนนดารา
ในไม่ช้าเธอก็กลายเป็นดาราเซ็กซี่ชื่อดังที่สุดของโลก ด้วยเสน่ห์ที่ปนความเย้ายวนเข้ากับความไร้เดียงสาซึ่งสตรีน้อยคนนักจะมี
แต่มาริลินล้มเหลวในชีวิตรักและการแต่งงาน เธอติดเหล้า ติดยา และในที่สุดก็สิ้นชีวิตลงด้วยยาเกินขนาดเมื่ออายุเพียง 36 ปี โดยไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นอัตวินิบาตกรรมหรือฆาตกรรม
วันเยาว์…
แม่เรียกเธอว่า ‘นอร์มา จีน’ ตามความนิยมของคนอเมริกันสมัยก่อน ที่ชอบเรียกชื่อต้นและชื่อกลางควบคู่กัน
หนูน้อยนอร์มา จีน หรือ Norma Jean Morenson ได้นามสกุลมาจากสามีคนที่สองของแม่ ซึ่งทิ้งแม่ไปหลังจากที่เธอเกิด แม่บอกไม่ได้ว่าพ่อที่แท้จริงของเธอเป็นใครเพราะมีความสัมพันธ์อยู่กับชายมากหน้าพร้อมๆ กัน
แม่เป็นลูกจ้างอยู่ในโรงถ่ายภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ด แต่ปัญหาทางจิต ทำให้แม่ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลโรคจิตอยู่เป็นประจำ นอร์มา จีน จึงไม่ค่อยได้อยู่กับแม่
โดยปกติแล้วในสมัยนั้น รัฐบาลอเมริกันจะพยายามส่งเด็กกำพร้าหรือเด็กจากครอบครัวมีปัญหาไปให้ญาติใกล้ชิดดูแล แต่ในกรณีของนอร์มาทำได้ยาก เพราะเธอไม่มีญาติสนิทอยู่ใกล้ๆ นอกจากตาและยายซึ่งเป็นคนสติไม่สมบูรณ์ และเสียชีวิตลงในโรงพยาบาลโรคจิตทั้งคู่
เพื่อนของแม่จึงอาสานำนอร์มา จีน ไปดูแลจนกว่าแม่จะหายป่วย แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ เข้า เพื่อนแม่ไม่มีกำลังเลี้ยงดู เลยส่งหนูน้อยไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งของลอสเอนเจลิส
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั้น ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับโรงถ่ายภาพยนตร์อาร์เคโอ หนูน้อยสามารถมองเห็นไฟนีออนชื่อ RKO ได้อย่างชัดเจน จากหน้าต่างห้องที่เหล่าเด็กกำพร้านอนรวมกันเป็นแถวเหยียดยาว
ในบทสัมภาษณ์เก่าๆ มาริลิน มอนโรเคยเล่าไว้ว่า วันที่มีความสุขที่สุดเมื่อครั้งยังอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า คือเมื่อบริษัทภาพยนตร์อาร์เคโอจัดงานคริสต์มาสให้แก่บรรดาเด็กๆ เพราะมีอาหารอร่อยๆ มากมาย ต่างไปจากอาหารแย่ๆ ในวันปกติ
นอกจากนี้ยังมีเหล่าดาราภาพยนตร์นำของขวัญมาแจกให้ เด็กๆ ดีใจที่ได้ของขวัญ แล้วยังตื่นเต้นที่ได้เห็นบรรดานักแสดงในเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายหรูหราสวยงามอีกด้วย
หนูนอร์มา จีน มีความรู้สึกว่าบริษัทสร้างภาพยนตร์และเหล่าดาราช่างร่ำรวยเหลือเฟือเสียนี่กระไร เธอจึงใฝ่ฝันจะเป็นดารามาตั้งแต่บัดนั้น
ความฝันที่จะเป็นดาราฝังใจแม่หนูนอร์มา จีน พอๆ กันกับความกลัวที่วันหนึ่งเธออาจจะกลายเป็นคนประสาทกินอย่างแม่ หรือเสียสติไปเลยอย่างตาและยาย
เมื่อนอร์มา จีน โตขึ้นมาหน่อย เธอก็ถูกส่งจากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าไปอยู่ตามบ้านอุปถัมภ์
ผู้ดูแลบ้านอุปถัมภ์หรือที่อเมริกันเรียกว่า foster home หลายแห่งไม่ใช่คนใจบุญ แต่ยอมรับเด็กกำพร้าเข้ามาเลี้ยงดู เพราะเป็นทางหาเงินอย่างหนึ่ง เนื่องจากรัฐบาลจะจ่ายเงินให้เป็นรายหัว ยิ่งรับเด็กมาก ยิ่งได้เงินมาก และถ้าหากตระหนี่ถี่เหนียวกับเด็กๆ ได้มากเท่าไร เจ้าของบ้านก็มีกำไร ได้เงินเข้ากระเป๋ามากขึ้นเท่านั้น
บรรดาเด็กที่อยู่ตามบ้านอุปถัมภ์จึงไม่ค่อยมีความสุขนัก บ่อยครั้งที่ชีวิตความเป็นอยู่และข้าวปลาอาหารขาดแคลนยิ่งกว่าเวลาอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของรัฐฯ เสียอีก
พ่อหรือแม่อุปถัมภ์บางคนยังโหดร้ายกับเด็กๆ จะทำดีเฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ มาตรวจตราเท่านั้น หากเด็กทนอยู่ไม่ได้ หรือมีปัญหากับเจ้าของบ้าน รัฐฯ ก็จะส่งไปบ้านอื่นๆ เผื่อว่าเด็กจะเข้ากับเจ้าของบ้านได้ดีกว่า
หนูนอร์มา จีนก็เป็นหนึ่งในเด็กที่ต้องระเหเร่ร่อน เปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ ไม่ได้เข้าโรงเรียนเป็นเรื่องเป็นราวกับเขาเสียที
เมื่ออายุเพียงแปดขวบ เธอถูกข่มขืนโดยชายคนหนึ่งซึ่งเช่าห้องอยู่ในบ้านอุปถัมภ์ เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา นอร์มา จีน ก็ถูกส่งตัวไปอยู่บ้านหลังอื่น แต่ก็มีเรื่องทำนองเดียวกันเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง
ญาติห่างๆ ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้ารับตัวนอร์มา จีน ไปอยู่ด้วยเมื่อเธออายุได้ 11 ปี ถึงจะยากจน แต่ป้าก็ดูแลและให้ความเมตตาเธอเป็นอย่างดี นอร์มา จีน ตอบแทนโดยการไปหาของทิ้งๆ ตามตลาดมาให้ป้าทำอาหาร หรือไปเข้าแถวรับบริจาคข้าวปลาหรือสิ่งของแทนป้าผู้ชราแล้ว
หลายปีต่อมา เมื่อป้ามีความจำเป็นต้องย้ายบ้าน ป้าจึงแนะนำให้นอร์มา จีน ซึ่งมีอายุเพียง 15 ปีแต่งงานเสียกับหนุ่มลูกเพื่อนบ้าน เพื่อที่จะไม่ต้องถูกส่งไปอยู่บ้านอุปถัมภ์แห่งอื่นๆ อีก ซึ่งนอร์มา จีนก็ตกลงทำตาม
สมัยนั้นสงครามโลกครั้งที่สองกำลังดุเดือดเต็มที่ ผู้ชายส่วนใหญ่ถูกเกณฑ์ไปรบในยุโรป ผู้หญิงจึงได้ทำงานตามโรงงาน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกภรรยามีหน้าที่ต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกเท่านั้น
นอร์มา จีน จึงเป็นหนึ่งในหญิงรุ่นใหม่ที่ได้ทำงานนอกบ้าน หาเงินมาใช้จ่ายเองแทนที่จะต้องขอสามี เธอได้งานในโรงงานผลิตอาวุธของรัฐฯ หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน
สงครามไม่ได้ใช้แต่อาวุธเท่านั้น หากยังต้องอาศัยแรงโฆษณาชวนเชื่อด้วย ในระยะนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งช่างภาพมากมายไปถ่ายรูปความพร้อมเพรียงของคนงาน และความยิ่งใหญ่ของกำลังผลิต เพื่อทำโฆษณาขย่มขวัญฝ่ายเยอรมัน
ช่างภาพคนหนึ่งซึ่งไปถ่ายรูปหมู่คนงาน ไม่ได้สนใจนอร์มา จีนซึ่งเป็นสาวหน้าตาธรรมดาๆ เลย แต่เมื่อนำฟิล์มไปอัดเป็นรูปออกมา เขาก็สะดุดตากับภาพนอร์มาซึ่ง ‘ถ่ายรูปขึ้น’ ดูดีกว่าตัวจริงมาก จึงกลับไปติดต่อเธอให้เป็นนางแบบ
ไม่นานต่อมานอร์มา จีน เบเกอร์ ก็ตกลงยอมถ่ายภาพวับๆ แวมๆ เพราะรายได้ดี
ภาพของนอร์มา จีน กลายเป็นที่นิยมในหมู่ทหารอเมริกันยุคนั้น และกลายเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางดารา
ฮอลลีวู้ดเปลี่ยนชื่อเธอเป็น ‘มาริลิน มอนโร’ และจากวันนั้นเธอก็กลายเป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกคนหนึ่ง
ชื่อเสียงของมาริลิน มอนโร ไม่ได้ช่วยให้เด็กหญิงนอร์มา จีน จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหายอาภัพแต่อย่างใด ความทุกข์ ความผิดหวัง ความว้าเหว่ และความหวาดหวั่นว่าวันหนึ่งจะฟั่นเฟือนไปอย่างแม่และตายาย ดูจะติดตามนอร์มา จีน ไปทุกๆ ช่วงของชีวิต
ตราบจนมาริลิน มอนโรเสียชีวิตลงด้วยการกินยาเกินขนาด ความทุกข์ของหนูน้อยนอร์มา จีนจึงสิ้นสุดลงด้วย
ในพิธีฝังศพของมาริลิน มอนโร บรรดาเพื่อนสนิทตกลงเลือกเพลงชื่อ Over the Rainbow มาบรรเลง เนื้อร้องบรรยายความรู้สึกของเด็กน้อย ที่ฝันจะโบยบินไปหาความสุขในดินแดนเหนือสายรุ้ง
ความสุขที่หนูน้อยนอร์มา จีน แทบไม่เคยมีในโลกใต้สายรุ้งใบนี้