ควีน วิคตอเรีย
Queen Victoria
ค.ศ. 1819-1901
พ.ศ. 2362-2444
ควีน วิคตอเรีย ราชินีแห่งเกรทบริเตน (อังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์) และไอร์แลนด์เหนือ ครองราชย์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1837 จนถึงปี ค.ศ. 1901 นับเป็นกษัตริย์ที่ครองบัลลังก์ยาวนานที่สุดคือ 63 ปี นอกจากนี้ระบอบเมืองขึ้นของเกรทบริเตนยังทำให้ได้ทรงเป็นจักรพรรดินีครองอินเดียตั้งแต่ปี ค.ศ. 1876-1901 ด้วย
รัชสมัยของควีนวิกตอเรียเริ่มขึ้นในช่วงต้นของยุคการปฏิวัติทางอุตสาหกรรม นับเป็นสมัยที่เกรทบริเตนรุ่งเรืองที่สุดในเกือบทุกด้าน และเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก
หลังจากโอรส-ธิดาเก้าพระองค์เสกสมรสเพื่อเหตุผลทางการเมือง ควีนวิกตอเรียทรงได้ชื่อว่าเป็น ‘พระอัยยิกาแห่งยุโรป’ เพราะบรรดาราชวงศ์ยุโรปในครั้งนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นเลือดเนื้อเชี้อไขของพระองค์
ยุควิกตอเรียหรือวิกตอเรียน (Victorian) เป็นสมัยที่มีความเข้มงวด เจ้าระเบียบในด้านศีลธรรมจรรยา และเจ้ายศเจ้าอย่างในเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ ยิ่งกว่าสมัยใดๆ จนชาวอังกฤษพากันล้อว่าวลีติดพระโอษฐ์ของควีนวิกตอเรียคือ “We are not amused!” หรือ “เราไม่เห็นขำ!” เพราะทรงเคร่งครัดไปเสียทุกเรื่อง
วันเยาว์…
ใครๆ พาขนานพระนามว่าเจ้าหญิง ‘Drina’ เพราะพระนามจริงคือ Alexandrina Victoria แต่สมเด็จย่าทรงเรียกเจ้าหญิงดรินาว่า ‘The May Flower’ ด้วยเหตุที่ทรงประสูติในเดือนพฤษภาคม เดือนที่พระราชวังเคนซิงตันมีดอกไม้บานสะพรั่งไปทั่ว (พระราชวังอันเป็นที่ประสูติของเจ้าหญิงดรินานี้ อีกกว่าหนึ่งร้อยปีต่อมาจะเป็นที่พำนักของเจ้าหญิงไดแอนนา พระชายาของเจ้าฟัาชายชาร์ลส์)
สมมุติว่าหนูน้อย ‘ดรินา’ เป็นเด็กธรรมดา เราก็จะต้องพูดตรงๆ ว่า เธอเป็นเด็กค่อนข้างขี้ริ้ว แม้แต่คุณพ่อของเธอเองก็ยังออกปากว่าลูกสาว ‘สวยน้อยไปหน่อย’
คุณพ่อหรือท่านดยุคแห่งเคนท์จากไปเมื่อหนูน้อยดรินามีอายุได้เพียงแปดเดือน คุณแม่จึงดูแลลูกสาวคนเดียวอย่างดีที่สุด ชนิดไม่ให้คลาดสายตา แม้กระทั่งเวลานอน ดรินาก็ต้องนอนห้องเดียวกับคุณแม่จนโตเป็นสาว นอกจากนี้คุณแม่ยังมีกฎว่า ไม่ให้ดรินาได้พูดคุยกับใคร นอกเสียจากว่าจะอยู่ต่อหน้าคุณแม่หรือพี่เลี้ยงประจำตัวเท่านั้น
ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าเจ้าหญิงองค์น้อยนี้จะได้เป็นพระราชินี เพราะเธอเป็นลำดับที่ 5 ของบัลลังก์ มีคุณลุง-คุณอาเป็นลำดับก่อนเธอถึงสี่คน
แต่จะได้เป็นราชินีหรือไม่ เธอก็จะต้องได้รับการศึกษาอย่างดีที่สุด ด้วยเป็นบุคคลในราชวงศ์ชั้นสูง
ในครั้งนั้นอังกฤษยังไม่มีโรงเรียนรัฐบาล มีแต่โรงเรียนราษฎร์ซึ่งรับแต่เด็กผู้ชายเท่านั้น แถมยังเป็นโรงเรียนแบบมหาโหด แทบทุกแห่งจะมีการทำโทษเด็กๆ อย่างทารุณ เด็กผู้หญิงโชคดีกว่าเพราะไม่มีสิทธิเรียนหนังสือ นอกจากพ่อแม่หรือญาติจะสอนให้เอง แต่บรรดาพวกผู้ดีมีเงินนิยมจ้างครูมาสอนบุตรหลานของตนที่บ้าน
ดรินามีครู-อาจารย์ชั้นยอดมาสอนให้ถึงในวัง แต่เธอต้องนั่งเรียนคนเดียวเพราะไม่มีพี่มีน้อง มิหนำซ้ำคุณแม่ยังไม่เคยอนุญาตให้มีเพื่อนๆ มาเรียนด้วย ส่วนใหญ่ ‘เพื่อนๆ’ ซึ่งเป็นญาติหรือจะบุตรหลานข้าราชบริพารใกล้ชิด จะได้รับอนุญาตให้มาเล่นด้วยเป็นครั้งคราว แต่ดรินาเป็นเด็กหวงของเล่น (ซึ่งมีอยู่มากมาย) เพื่อนๆ จึงเบื่อที่จะเล่นด้วย
เวลาอากาศอบอุ่น บางครั้งดรินาจะได้รับอนุญาตให้วิ่งเล่นที่บริเวณสนามหน้าวังเคนซิงตัน ซึ่งมักจะมีประชาชนมาเกาะรั้วดูเจ้าหญิงองค์น้อยด้วยความรักและสงสารที่ทรงเป็นกำพร้า ทุกคนจะปลาบปลื้มเอ็นดูมาก เมื่อดรินาซึ่งตัวกลมกะปุ๊กลุกหันมาถอนสายบัวหรือส่งจูบให้ บางครั้งเมื่อพี่เลี้ยงเผลอ ดรินาจะวิ่งตื๋อไปคุยกับคนที่มาเกาะรั้วดู ทำให้พี่เลี้ยงต้องไปอุ้มกลับมาโดยเร็ว
ความกำพร้าบิดานอกจากจะเรียกความรักจากคนทั่วๆ ไปได้แล้ว ยังเรียกความรักและสงสารจากผู้คนในวังด้วย ดรินาจึงกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ และมักจะ ‘กรี๊ด’ เวลาไม่ได้ดังใจ แม้แต่คุณแม่ก็ยังอ่อนใจ ปราบลูกสาวไม่ค่อยอยู่
โชคดีที่ได้พี่เลี้ยงชาวเยอรมันคนใหม่ชื่อ Louise Lehzen ซึ่งเป็นคนแข็งมาก พี่เลี้ยงหลุยส์ไม่ยอมลงให้กับความดื้อของดรินา ในที่สุดก็สามารถสอนให้เธอรู้จักคุมความรู้สึกของตนเองได้สำเร็จ รวมทั้งสอนมารยาทอันงามและความควรไม่ควรต่างๆ ให้ จนกระทั่งดรินาเริ่ม ‘เข้ารูปเข้ารอย’
ยิ่งโต ดรินาก็ต้องเรียนหนักขึ้น วิชาที่ดรินาต้องเรียนนั้นมีสารพัด ตั้งแต่คณิตศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี รวมทั้งภาษาต่างๆ เช่นฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน แต่ที่ดรินาเบื่อมากและเรียนไม่ได้ดีเลยคือภาษาละติน
เมื่อดรินาอายุได้ 10 ขวบ ทุกคนเริ่มตระหนักแล้วว่าเธอจะต้องเป็นราชินีในอนาคต เพราะ ‘ลุงในหลวง’ หรือ Uncle King ของเธอไม่มีรัชทายาท มีแต่ดรินาคนเดียวเท่านั้นที่ ‘ตกข่าว’ เพราะทุกคนจนปัญญา ไม่ทราบจะบอกกับเธออย่างไรไม่ให้ตกใจ
หลุยส์ พี่เลี้ยงของดรินาเป็นคนฉลาด เธอคิดวิธีได้
วันหนึ่งเมื่อดรินากำลังเรียนประวัติศาสตร์อังกฤษ หนังสือเล่มหนามีรายชื่อคิงและควีนต่างๆ ตามลำดับ พอถึงตอนท้าย ดรินาก็เห็นชื่อตัวเองในลำดับต่อจากพระนามของ ‘ลุงในหลวง’ ดรินาถึงกับร้องไห้ เพราะแม้จะเป็นเด็กสิบขวบ แต่เธอก็เดาออกถึงภาระอันยิ่งใหญ่ของการเป็นกษัตริย์
เล่ากันว่า พอเช็ดน้ำตาแล้ว ดรินาก็พูดว่า
“I will be good” หรือ
“ฉันจะ(เป็นควีนที่)ดี”
ดรินาเริ่มต้น ‘เข้าคอร์ส’ เตรียมเป็นควีนนับแต่นั้นมา
เธอมีปัญหาตรงที่ Sir John Conroy คู่รักลับๆ ของคุณแม่พยายามจะให้เธอเซ็นตกลง ว่าจะให้เขาเป็นราชเลขาส่วนพระองค์เมื่อเธอได้เป็นควีน โดยหวังว่าจะได้เป็น ‘อำนาจหลังบัลลังก์’ แต่ดรินาซึ่งเกลียดขี้หน้าเซอร์จอห์นไม่ยอมเซ็นจนแล้วจนรอด เธอเข้มแข็ง และตั้งใจที่จะไม่ยอมให้ใครมามีอำนาจเหนือเป็นอันขาด แม้ว่าเธอจะยังอายุน้อยก็ตาม
เช้ามืดวันหนึ่งคุณแม่ปลุกให้เธอตื่นขึ้นกระทันหัน ดรินาไป ‘รับทราบ’ การสวรรคตของ ‘ลุงในหลวง’ และข่าวการเป็นราชินีแห่งสหราชอาณาจักรของตนเองในชุดนอนและรองเท้าแตะ
สาวน้อยผู้มีวัยเพียง 18 ปี จะทิ้งความเป็นเจ้าหญิงดรินาไว้เบื้องหลัง และทรงเลือกที่จะเป็น ‘ควีนวิกตอเรีย’ ตามพระนามที่สอง ชื่อ Victoria มาจากคำว่า victor หรือ victory หมายถึงชัยชนะ ทั้งการมีชัยเหนือศัตรู เหนือคู่แข่ง และเหนืออุปสรรคที่ยากเย็นนานาประการ จากวินาทีนั้น ควีนวิกตอเรียจะทรงครองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของโลกต่อไปอีกนานกว่าหกทศวรรษ