โรนัลด์ เรแกน

Ronald (Wilson) Reagan

ค.ศ. 1911-2004
พ.ศ. 2454-2547

ดาราชั้นรองของฮอลลีวู้ด ที่ไต่เต้าผ่านตำแหน่งผู้ว่าการของแคลิฟอร์เนีย ขึ้นมาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 40 ของสหรัฐฯ ในช่วงปี ค.ศ. 1981–1989

เขาเป็นประธานาธิบดีครั้งแรกในวัย 69 ซึ่งแก่กว่าใครๆ ที่เคยรับตำแหน่งนี้มาทั้งหมด และคนอเมริกันก็เลือกเขาอีกในสมัยที่สองเมื่อเขาอายุได้ 73 ปี

เรแกนได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับฟื้นตัวขึ้น แต่ก็เป็นผู้ริเริ่มโครงการอวกาศ Star Wars ที่ใช้เงินไปมหาศาล และในขณะที่เขาได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำให้สงครามเย็นยุติโดยเด็ดขาด ด้วยการส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย แต่เขาก็เคยออกมาบอกโลกว่าไม่เคยรู้เรื่องการที่สหรัฐฯ แอบขายอาวุธให้อิหร่าน

สมญานามของเรแกนคือ The Great Communicator หรือ ‘จอมสื่อสาร’ พูดแล้วฟังง่ายรู้เรื่องดี จริงไม่จริงค่อยว่ากันอีกหนึ่ง

หลังจากหมดวาระแล้ว เรแกนเป็นโรคสมองเสื่อม และเสียชีวิตไปในวัย 93 ปี

วันเยาว์…

แม่คลอดเขาที่ชั้นบนร้านขายของซึ่งพ่อทำงานอยู่ โดยมีหมอคนเดียวของ Tampico เมืองเล็กๆ ในรัฐอิลลินอยส์ฝ่าหิมะมาช่วย

พ่อเห็นลูกชายออกใหม่ตัวอ้วนตัวกลม แก้มกาง จนดูเหมือนเด็กดัตช์ในภาพวาดโบราณของจิตรกรมีชื่อชาวฮอลแลนด์ จึงเรียกเขาว่า ‘ดัตช์’ จนแม่ พี่ชาย และคนอื่นๆ พาเรียกตามไปด้วย

เด็กชายดัตช์มีชื่อเต็มๆ ว่า Ronald Wilson Reagan นามสกุลของเขาอ่านออกเสียงได้ทั้ง ‘เรแกน’ และ ‘รีแกน’ พวกคนสกุลเดียวกันซึ่งล้วนมาจากไอร์แลนด์ อยากจะอ่านอย่างไหนก็ไม่มีใครว่ากัน แบบ… ทำได้ตามใจคือไอริช

ในวัยผู้ใหญ่ ดัตช์ออกเสียงนามสกุลตนเองว่า ‘รีแกน’ สมัยเป็นดารา และ ‘เรแกน’ สมัยเป็นประธานาธิบดี

พ่อ ‘แจ๊ค’ ของดัตช์เป็นคนรูปหล่อ ร่างสูงสง่า มีอาชีพเป็นคนขายรองเท้า ความจริงพ่อมีสิทธิ์ได้งานดีๆ กว่านั้น แต่ความขี้เหล้าที่ทำให้การงานเสียหมด พ่อจึงไม่ก้าวหน้าอย่างที่ควรเป็น

พ่อถูกเชิญออกจากงานทีไร ทั้งครอบครัวก็ต้องย้ายบ้านไปตามแต่พ่อจะหางานใหม่ได้ที่ไหน

แม่ ‘เนลลี’ ของดัตช์เป็นผู้หญิงสวย ใจดีและอ่อนโยน ในขณะเดียวกันก็เป็นคนเข้มแข็งอดทน ไม่ว่าพ่อจะเป็นอย่างไร ดูเหมือนแม่ก็พร้อมจะให้อภัยเสมอ

แม้ครอบครัวจะยากจน แต่ดัตช์ก็ไม่รู้สึกยากแค้นอะไร ใครๆ ที่ดัตช์รู้จักก็ฐานะเหมือนๆ กันทั้งนั้น

ไม่ว่าครอบครัวจะย้ายไปไหน ดัตช์ก็มีเรื่องสนุกได้เสมอ เขาเป็นเด็กซนเอาการ เพราะมีพี่ชายเป็นหัวโจก ความเป็นเด็กบ้านนอกทำให้มีที่เล่นสนุกได้เต็มที่ มีทั้งท้องทุ่งกว้างให้วิ่งและลำน้ำให้ว่ายเล่น

เมื่อดัตช์กลายเป็นประธานาธิบดีคนที่ 40 ของสหรัฐฯ เขาชอบบอกใครๆ ว่า วัยเยาว์ของเขานั้น สนุกไม่น้อยไปกว่าเด็กๆ ในหนังสือเรื่องทอม ซอว์เยอร์ หรือฮัคเคิลเบอร์รี่ ฟินน์ ของมาร์ก ทเวน เลย

ก่อนนอนทุกคืน แม่จะอ่านหนังสือให้ดัตช์กับพี่ชายฟัง ดัตช์ซึ่งเป็นลูกคนเล็กจะนั่งตักแม่ ดูแม่เอานิ้วจิ้มหนังสือทีละคำ-ละคำอย่างสนใจ เพราะเขาชอบเรื่องราวที่แม่เลือกมาอ่านให้ฟังมาก

เมื่ออายุเพียงสี่ขวบ ดัตช์ซึ่งเป็นเด็กหัวดีก็อ่านหนังสือออกขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่มีใครสอน เพราะเขาจำคำต่างๆ ได้จากที่แม่จิ้มไปอ่านไปอยู่ทุกคืน

โลกใหม่จึงเปิดขึ้น เป็นโลกแห่งหนังสือ ดัตช์ตามพี่ชายไปห้องสมุดและเลือกหนังสือต่างๆ มาอ่านเหมือนคนหิว โดยเฉพาะพวกนิทานผจญภัย และเรื่องราวของนักกีฬา

นอกจากจะอ่านหนังสือแยะแล้ว ดัตช์ยังถ่ายทอดเก่งด้วย เขาจำแม่น และช่างเล่า เพื่อนๆ พากันติดใจวิธีเล่าเรื่องอันสุดสนุกของเขา

ดัตช์มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กมีความสุข ยกเว้นเรื่องเดียวคือความเมาของพ่อ

ความทุกข์ค่อยๆ สะสมอยู่ในใจ เมื่ออายุได้ 11 ขวบ ดัตช์เห็นพ่อเมาพับ กลิ้งโค่โร่อยู่นอกชานบ้าน เหม็นอ้วกและเหม็นเหล้าตลบ วันนั้นเขาลากพ่อเข้าบ้านโดยมีน้ำตากลบตา

สองสามวันต่อมาพ่อก็หายเมา กลายเป็นพ่อที่น่ารักคนเดิม ดัตช์จะมีความสุขจนถึงวันที่พ่อเมาครั้งต่อไป…

ประธานาธิบดีเรแกนเคยเล่าไว้ว่า พยายามไม่คิดถึงพ่อในสภาพเมามายเลย แต่จะนึกถึงภาพพ่อผู้แสนน่ารักเสมอ เพราะเชื่อว่านั่นคือตัวจริงของพ่อ

ไม่ว่าพ่อจะทำให้ครอบครัวต้องย้ายบ้านสักกี่ครั้ง ดัตช์ก็ไม่รู้สึกอะไรมาก เพราะเขาเป็นคนอารมณ์ดี ปรับตัวง่าย จึงเข้ากับเพื่อนใหม่และโรงเรียนใหม่ได้เสมอ

ความผิดหวังจริงจังครั้งแรกในชีวิตของดัตช์ คือไม่ได้เข้าร่วมทีมฟุตบอลของโรงเรียน เพราะว่าตัวเล็กไป แต่พอเข้าวัยรุ่น ดัตช์รับจ้างขนของตามไซต์ก่อสร้าง และฝึกว่ายน้ำอย่างหนักที่ Y.W.C.A. จากนั้นเขาก็สูงใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงอย่างไรก็ยังเล่นฟุตบอลไม่ค่อยได้ดี เพราะสายตาสั้น

กระนั้นดัตช์ก็ไม่หายบ้าฟุตบอล เล่นไม่ได้เขาก็หัดพากย์ฟุตบอล พากย์ได้เก่งจนเพื่อนเฮ ดัตช์จึงมีความฝันใหม่ที่จะได้เป็นนักพากย์ฟุตบอลทางวิทยุ (สมัยดัตช์เป็นเด็กยังไม่มีโทรทัศน์)

ทุกฤดูร้อนตั้งแต่เริ่มโตเป็นหนุ่ม ดัตช์จะรับจ้างเป็นไลฟ์การ์ด คอยดูความปลอดภัยของคนว่ายน้ำ ในช่วงโรงเรียนปิด เขาภูมิใจต่อสถิติที่ได้ช่วยคนตกน้ำไว้ 27 คนในเวลาเจ็ดปี หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นนำภาพเขาขึ้นปกครั้งแรก ดัตช์ว่ามันทำให้เขารู้สึกเป็นฮีโร่หน่อยๆ

ในสมัยมัธยมปลายนี่เองที่ดัตช์เริ่มรูปหล่อ มีสาวติดเกรียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาได้บทพระเอกในละครโรงเรียน และเป็นประธานนักเรียนในปีสุดท้าย

เมื่อจบมัธยม ดัตช์ได้ทุนนักกีฬาทำให้เสียค่าใช้จ่ายในวิทยาลัยเพียงครึ่งเดียว แต่กระนั้นเขาก็ยังต้องทำงานสารพัด เช่น ทำสวน ล้างชาม ทำสะอาดตึกเรียน เพื่อหาเงินอีกครึ่งหนึ่ง

ความเพื่อนมากทำให้เขาได้เป็นประธานของสภานักศึกษาในปีสุดท้ายก่อนจะจบจากวิทยาลัย

ดัตช์เริ่มงานจากงานพากย์กีฬาทางวิทยุ ก่อนจะไปเป็นนักแสดงในฮอลลีวูด เมื่อหันเหไปทางการเมือง เขาได้เป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะกลายเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาถึงสองสมัย

หลายคนไม่คิดว่านักแสดงชั้นรองอย่างโรนัลด์ เรแกน จะได้เป็นถึงประธานาธิบดี แต่เพื่อนๆ สมัยโรงเรียนมัธยมและเพื่อนนักศึกษาของดัตช์ในวิทยาลัยเกือบทุกคนเห็นแวว The Great Communicator มาตั้งแต่ครั้งกระโน้นแล้ว จึงไม่มีใครแปลกใจ