ทอม ครูซ
Tom Cruise
ค.ศ. 1962-
พ.ศ. 2505-
นักแสดงอเมริกันซึ่งได้รับความนิยมสูงมาตั้งแต่ ค.ศ. 1981 แต่แฟนๆ ก็ยังชื่นชมเขาไม่เสื่อมคลาย
ไม่ใช่เพราะทอมหล่อเลิศเท่านั้น แต่ยังมากด้วยความสามารถในการแสดงอีกด้วย ภาพยนตร์ของทอมจึงยังเป็นหนังทำเงินแทบทุกเรื่อง
วันเยาว์…
ทอมรู้สึกตัวว่า ‘โง่ชะมัด’ !
โง่มาตั้งแต่อยู่ชั้นอนุบาล เพราะบอกครูไม่ได้ว่า อักษร C กับ D โค้งผิดกันอย่างไร
เด็กชาย Thomas Cruise Mapother IV หรือ ทอม ครูซ (ซึ่งเรามักอ่านผิดเป็น ‘ครุยส์’) มีปัญหาทางการเรียน เพราะมีอาการของดิสเลกเซีย (dyslexia) ซึ่งเป็นความผิดปกติทางสมองอย่างหนึ่ง
แม่และพี่น้องผู้หญิงของเขาก็เป็นกันหมดทั้งบ้าน คนที่มีลักษณะบกพร่องเช่นนี้จะมองเห็นอักษรกลับไปมาหรือสับสนวุ่นวาย แทนที่จะเรียงกันเป็นระเบียบอย่างปกติ บางครั้งสีขาวของกระดาษอาจดูจ้าจนเห็นอักษรไม่ชัด ทำให้อ่านไม่ได้
แม่ซึ่งผ่านการฝึกฝนมาเป็นครูสอนเด็กที่มีความบกพร่องด้านนี้ ต้องช่วยลูกทั้งสี่คนของตัวเองอย่างสุดความสามารถ แต่บรรดาลูกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทอมซึ่งเป็นลูกชายคนเดียว รู้สึกมีปมด้อยอย่างมากเมื่ออยู่กับเพื่อนและครูในโรงเรียน
นอกเหนือจากการอ่านหนังสือแล้ว ทอมและพี่น้องเป็นปกติเหมือนกับเด็กอื่นๆ เวลาอยู่บ้านทอมชอบเลียนแบบตัวแสดงในโทรทัศน์ให้พ่อแม่พี่น้องดูเป็นประจำ
พ่อซึ่งเป็นวิศวกรหย่าขาดจากแม่เมื่อทอมมีอายุเพียง 11 ปี แม่ต้องพยายามหางานทำเพิ่มจากงานประจำ เพื่อให้มีเงินพอเลี้ยงลูกสี่คน ระหว่างนี้ทั้งครอบครัวต้องย้ายบ้านบ่อยๆ ตามแต่ว่าแม่จะหางานได้ที่ไหน
ทอมต้องย้ายโรงเรียนกว่าสิบครั้ง ก่อนจะจบมัธยม
ครูและเพื่อนในโรงเรียนใหม่ๆ มักไม่เข้าใจปัญหา ยิ่งเมื่อถูกส่งไปเข้า ‘ชั้นพิเศษ’ เพื่อแก้ไขปัญหาในการอ่าน พี่น้องตระกูลครูซยิ่งถูกมองเหมือนเป็นตัวประหลาดหนักขึ้นไปอีก
ตอนอยู่มัธยมปลาย ทอมหาทางออกด้วยการเล่นกีฬานานาชนิด เขาเล่นได้ดีจึงเริ่มมีเพื่อน และชักจะมีความมั่นใจในตัวเองบ้าง
แต่ไม่นานก็เกิดอุบัติเหตุจากกีฬา ทำให้เล่นไม่ได้ไประยะหนึ่ง
ทอมอยู่ว่างๆ จึงตัดสินใจสมัครเล่นละครโรงเรียน และได้บทตัวเอก เขาแปลกใจที่ตัวเองรู้สึกสบายๆ มั่นใจเต็มร้อยเมื่ออยู่บนเวที ราวกับว่าเขาไม่ใช่ ‘ทอมผู้มีปมด้อย’ จึงบอกกับแม่ว่าชอบการแสดง และในอนาคตจะต้องเป็นนักแสดงให้ได้
เป็นความฝันของเด็กหนุ่มผู้มีความบกพร่องในการอ่าน ทอมไม่ได้หวั่นเลยว่าการอ่านสคริปต์จะเป็นปัญหาขนาดไหนเมื่อเขาเป็นนักแสดง
ทอมทำงานทุกชนิดเพื่อช่วยแม่มาตั้งแต่เริ่มโต เมื่อจบมัธยมด้วยคะแนนค่อนข้างต่ำ เขาจึงไม่ได้มุ่งเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเด็กส่วนมาก แต่ตัดสินใจไปเป็นพนักงานร้านอาหารในนิวยอร์ก ทำหน้าที่ทุกรูปแบบคือตั้งโต๊ะ เก็บโต๊ะ ล้างชาม และเป็นลูกมือพ่อครัว ระหว่างนั้นก็หางานแสดงไปด้วย
ทอมสมัครไปทุกแห่งที่เขารู้ว่ากำลังมีการเปิดรับ แม้จะถูกปฏิเสธกี่ครั้งเขาก็ไม่เคยหวั่นไหว แถมยังไม่เคยย่อท้อต่อการต้องอ่าน ต้องท่องบทไม่ว่าจะยาวสักแค่ไหน
ไม่นานทอมก็ได้บทตัวประกอบภาพยนตร์ จากนั้นเขาก็เข้าสู่วงการแสดงเต็มตัวและได้บทแสดงนำในเรื่อง The Endless Love เป็นเรื่องแรกในปี ค.ศ. 1981 หรือกว่า 20 ปีมาแล้ว
ทอมได้ชื่อว่าเป็นศิลปินที่ทำงานหนัก ช่างสังเกตและตั้งใจศึกษาบทอย่างจริงจัง จึงแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมเกือบทุกรูปแบบ
ดอน ซิมสัน ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังเคยพูดไว้ว่า
“ถนนชีวิตของทอมไม่ราบเรียบ–เต็มไปด้วยหลุมบ่อ แต่เขาก็กระโดดข้ามมันไปได้ด้วยความตั้งใจจริงและการทำงานหนัก” คงเพราะเหตุนี้ อดีตเด็กชายทอมผู้มีปัญหามากมายเรื่องเรียนหนังสือ จึงกลายเป็นทอม ครูซ ดารายอดนิยมไปได้ ราวกับไม่ใช่เรื่องยากเย็น