วินเซนต์ แวน โกห์

Vincent van Gogh

ค.ศ. 1853-1890
พ.ศ. 2396-2433

จิตรกรชื่อก้องโลกชาวดัตช์ เกิดในประเทศเนเธอร์แลนด์ ภาพจากฝีมือของเขามีราคาแพงที่สุดในโลกศิลปะยุคปัจจุบัน

ภาพ ดอกทานตะวัน (Sunflowers) และ คืนดาวดารดาษ (Starry Night) เป็นผลงานที่คนรู้จักมากที่สุด

แต่ภาพเหล่านี้เกือบจะไม่มีใครซื้อเลยเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ เพราะคนส่วนใหญ่เห็นแต่ว่าเขาเป็นเพียงคนบ้าที่ชอบวาดรูป

แวน โกห์ มีปัญหาทางจิตใจถึงกับเคยตัดติ่งหูตัวเอง และในที่สุดก็เลือกที่จะจบชีวิตตนลงด้วยปืน

กว่า 80 ปีหลังจากการตายของแวน โกห์ ศิลปินอเมริกันชื่อดอน แมคลีน ประพันธ์เพลงชื่อ Vincent หรือ Starry Night ขึ้นเพื่อยกย่องแวน โกห์ และยังเป็นที่ชื่นชอบของคนฟังจนทุกวันนี้

วันเยาว์…

เขาเป็นเด็กเงียบขรึม ดูเหมือนจะมีความเศร้าโศกลึกๆ อยู่ในหัวใจเสมอ

ก็น่าอยู่หรอก

ทุกครั้งที่หนูน้อยวินเซนต์เดินผ่านป่าช้าประจำตำบล เขาจะเห็นหลุมศพหนึ่งที่มีชื่อและวันเกิดของเขาสลักอยู่ ‘วินเซนต์ วิลแฮล์ม แวน โกห์30 มีนาคม ค.ศ. 1852

มีเพียงปีเท่านั้นที่ต่างไป ทั้งนี้เพราะหลุมศพที่ว่าเป็นที่ฝังพี่ชายของเขา ซึ่งตายตั้งแต่คลอดหนึ่งปีก่อนเขาเกิดพอดี

ด้วยความที่พ่อและแม่เศร้าโศกมากที่เสียลูกคนแรกไป เมื่อมีลูกคนที่สองจึงตั้งชื่อเดียวกับลูกที่ตาย

หนูน้อยวินเซนต์รู้สึกได้ตลอดเวลาว่า แม่ไม่ได้รักเขา แต่รักลูกที่ตายไปมากกว่า ถึงแม่จะมีลูกอีกสี่คน แต่แม่ก็ยังไม่เคยเลิกเสียใจเรื่องลูกคนโต แม่จึงมีความเครียดและอารมณ์ขุ่นข้องอยู่เกือบตลอดเวลา

พ่อของวินเซนต์เป็นนักเทศน์เช่นเดียวกันกับปู่ของเขา นักเทศน์ผู้เงียบขรึมคนนี้เทศน์ไม่เก่ง ขาวบ้านไม่นิยม จึงมีรายได้น้อย แต่ต้องเลี้ยงลูกหลายคน เขาจึงเครียดเช่นเดียวกันกับภรรยา

ในวัยเด็ก วินเซนต์จึงมีแต่ธีโอดอร์น้องชายซึ่งอ่อนกว่าสี่ปี เป็นเสมือนเพื่อนรัก และเป็นคนเดียวในครอบครัวที่เขาสนิทสนมด้วย เมื่อโตขึ้นธีโอดอร์คนนี้เองจะเป็นคนที่รักและคอยดูแลเอาใจใส่วินเซนต์ไปตราบจนวันตาย

ถึงอย่างไรแม่ก็มีข้อดีตรงที่เป็นคนรักธรรมชาติ จึงทำให้ลูกๆ รักธรรมชาติไปด้วย วินเซนต์ดูเหมือนจะสนใจสิ่งรอบๆ ตัวมากที่สุดในพี่น้อง เขาจะเก็บดอกไม้ ใบไม้ แมลง หรือนกเล็กๆ กลับมาเป็นตัวอย่างวาดรูปที่บ้าน

การวาดภาพด้วยสีน้ำเป็นสิ่งที่แม่ถนัดพอสมควร แม่จึงสอนให้ลูกทุกคนวาดรูปและใช้สีน้ำด้วย ภาพวาดจากฝีมือของเด็กชายวินเซนต์ดีกว่าของน้องๆ เรียกได้ว่าเป็นเด็กพอมีฝีมือทางวาดเขียน แต่ก็ไม่ถึงกับดีเป็นพิเศษ

นอกจากจะชอบวาดภาพแล้ว วินเซนต์ยังรักการอ่านด้วย เขาเรียนภาษาต่างประเทศด้วยตัวเอง นอกจากภาษาดัตช์ของเขาแล้ว วินเซนต์สามารถจะอ่านได้ทั้งภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมัน

เมื่อวินเซนต์อายุได้เพียง 15 ปี เขาต้องออกจากโรงเรียนเพื่อไปทำงานบริษัทขายภาพศิลปะกับลุง เพราะพ่อไม่มีรายได้พอที่จะเลี้ยงครอบครัว

ความสามารถด้านภาษาช่วยในการทำงานขายศิลปะของเขา ลูกค้าชาติต่างๆ ชอบที่สื่อกับเขารู้เรื่อง แต่มีปัญหาตรงที่วินเซนต์พยายามจะให้ลูกค้าซื้อภาพที่ตัวเขาชอบ และจะติเตียนภาพที่ลูกค้าเลือกเอง ทำให้ลูกค้าโกรธจนบริษัทต้องเลิกจ้างเขาไปในที่สุด

ในช่วงที่ทำงานนี้ วินเซนต์ได้ใช้เวลาศึกษาภาพทั้งในบริษัทและที่พิพิธภัณฑ์ เขาตั้งใจศึกษาภาพเขียนมีชื่อต่างๆ เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการทำงานของบรรดาศิลปินมีชื่อ ซึ่งเป็นประโยชน์มากเมื่อเขาเลือกจะเป็นจิตรกร

ชีวิตของวินเซนต์ แวน โกห์ ระหกระเหิน และดูเหมือนจะพบแต่ความผิดหวัง ทั้งด้านการงานและชีวิตรัก

เขากลายเป็นศิลปินที่ใช้ฝีแปรงหนักแน่นสร้างผลงานสีสันบรรเจิดจ้าออกมามากมาย ในขณะที่ต้องขับเคี่ยวกับโรคประสาทที่ตามคุกคาม จนในที่สุดก็ปลิดชีวิตตัวเองด้วยปืน

แม้ว่าแม่จะมีชีวิตอยู่จนได้เห็นคนทั้งโลกยกย่องฝีมือของลูกชายผู้ล่วงลับ แต่แม่ก็ไม่เคยเห็นว่าฝีมือของแวน โกห์นั้นยอดเยี่ยมตรงไหน บางภาพแม่เอาไปปะเล้าไก่ หรือไปใช้รองของ แต่ส่วนใหญ่แล้วแม่โยนทิ้งเพราะเห็นว่า… รกบ้าน

ภาพเขียนของวินเซนต์ แวน โกห์ ศิลปินผู้อาภัพ กลายเป็นภาพที่มีราคาสูงสุดในโลกช่วงปลายศตวรรษที่ 20 มาจนถึงปัจจุบัน

แม่จะนึกเสียดายบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้