วินตัน มาร์ซาลิส
Wynton Marsalis
ค.ศ. 1961-
พ.ศ. 2504-
วินตัน มาร์ซาลิส ได้ชื่อว่าเป็นยอดนักทรัมเป็ตของโลกในปัจจุบัน
เขามาจากครอบครัวนักดนตรีผิวดำ มีบิดาเป็นนักเปียโนแจ๊สชื่อดัง วินตันจึงฝึกฝนดนตรีมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ก่อนจะได้ทุนเข้าศึกษาใน Julliard School of Music แห่งนิวยอร์ก ซึ่งถือกันว่าเป็นโรงเรียนดนตรีที่ดีที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง
นอกจากจะมีความสามารถแจ๊สแล้ว วินตันยังมีฝีมือเยี่ยมในด้านดนตรีคลาสสิกด้วย ทำให้เขาได้รับรางวัลแกรมมี่ทั้งในสองสาขา นอกเหนือไปจากรางวัลประเภทอื่นๆ อีกมากมาย
ในฐานะครูสอนดนตรี วินตันก็เป็นที่นับถืออย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสอนฟรีให้แก่เด็กด้อยโอกาส
วันเยาว์…
วินตัน มาร์ซาลิสเกิดในเมืองนิว ออร์ลีนส์ ซึ่งเป็นถิ่นให้กำเนิดดนตรีแจ๊ส และเป็นบ้านเกิดของหลุยส์ อาร์มสตรอง นักทรัมเป็ตผิวดำซึ่งถือกันว่าเป็นหนึ่งในยอดนักดนตรีเอกของโลก
เอลลิส มาร์ซาลิส พ่อของวินตันเป็นนักเปียโนแจ๊สที่มีชื่อเสียง พ่อและแม่จึงสนับสนุนให้ลูกทุกคนเล่นดนตรี
ตัววินตันเลือกที่จะเรียนทรัมเป็ตมาตั้งแต่ต้น ส่วนพี่น้องก็เรียนแซ็กโซโฟน ทรอมโบน กลอง ทั้งบ้านจึงมีแต่เสียงซ้อมดนตรีอยู่เป็นประจำ น่าสงสารหูของเพื่อนบ้านเอาการอยู่ แต่โชคดีที่ตระกูลมาร์ซาลิสล้วนแต่มีความสามารถ เสียงดนตรีที่ได้ยินจึงน่าฟัง มากกว่าที่จะหนวกหู
จะมีก็แต่เด็กชายวินตันเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่เก่งอย่างพี่น้อง ครูสอนดนตรีที่โรงเรียนถึงกับเอือม และบ่นให้ได้ยินบ่อยๆ ว่า เสียแรงที่เกิดมาเป็นลูกของนักดนตรีมือเยี่ยมอย่างเอลลิส… ทำไมไม่ได้ความเก่งมาจากพ่อบ้างเลย
วินตันเกือบๆ จะหมดกำลังใจ
แต่ก็ไม่หมดความพยายาม
เมื่อครูไม่ให้วินตันเข้าร่วมวงดนตรีของโรงเรียน โดยบอกว่า “มือยังไม่ถึง” วินตันก็ใช้ลูกตื๊อ เขาสัญญากับครูว่าจะซ้อมให้หนักกว่าที่ผ่านมา
แล้วก็ทำจริงๆ
เวลาพี่น้องทั้งบ้านนอนหมดแล้ว วินตันยังออกไปเป่าทรัมเป็ตอยู่ที่ถนนหน้าบ้าน คืนแล้วคืนเล่า ไม่นานครูก็เห็นว่าเขาดีพอสำหรับวงดนตรีของโรงเรียน
ช่วงมัธยมต้นเจ้าหนูวินตันออกจะเฮี้ยวๆ เขาเริ่มคบเพื่อนจิ๊กโก๋ มีการแข่งกัน ‘หยิบ’ ของตามร้าน ใครทำได้โดยไม่ถูกจับก็ถือว่าเป็นคนเก่ง การยกพวกตีกัน หรือชกต่อยกันก็ถือว่าเป็นเรื่องเท่อย่างยิ่งด้วย
แม่ของวินตันนั้นถือคติฝรั่งที่ว่า Spare the rod and spoil the child หรือ ‘เว้นไม้เรียวเด็กเหลิง’
เมื่อแม่รู้ถึงวีรกรรมอันไม่เข้าท่าของวินตัน แม่หวดก้นเขาที่ถนนหน้าบ้านให้ทุกคนเห็น เจ้าหนูวินตันอายจนหายซ่า ไม่กล้าออกไปวางก้ามที่ไหนอีก เพราะการถูกแม่ตีต่อหน้าชาวบ้าน ทำให้เขาหมด ‘เครดิต’ กับเพื่อนๆ จิ๊กโก๋ไปโดยปริยาย
แม้ว่าแม่จะดุ แต่วินตันก็รักแม่มาก เพราะเห็นได้ชัดว่าแม่พยายามทำทุกอย่างให้ลูกๆ อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย ทั้งๆ ที่มีลูกมากและฐานะก็ไม่ได้ดีนักหนา
นอกจากจะดูแลให้ลูกเรียนดนตรีแล้ว แม่ยังดูแลเรื่องการเรียนอย่างดี วินตันบอกว่าแม่ไม่ได้ให้เรียนอย่างเดียว ยังแนะนำให้อ่านหนังสือนอกเวลาต่างๆ เพื่อให้ลูกๆ มีความรู้รอบตัวดีอีกด้วย
แม่เชื่อว่าความรู้รอบตัวนั้นสำคัญไม่น้อยไปกว่าความรู้ที่ได้จากโรงเรียน
ช่วงสุดท้ายของมัธยมปลาย ความสามารถในการเป่าทรัมเป็ตของวินตันเริ่มฉายแสง ทุกคนลงความเห็นว่าเขามีพรสวรรค์
แต่วินตันไม่เชื่อเรื่องพรสวรรค์ เขารู้สึกว่าที่เขาทำได้เพราะเขาซ้อมหนัก ยิ่งเล่นได้ดีเท่าไร เขากลับยิ่งฝึกฝนมากขึ้น วินตันมีจุดมุ่งหมายอยู่ในใจ ว่าจะต้องเข้า Julliard School of Music โรงเรียนดนตรีที่มีชื่อเสียงของนิวยอร์กและของโลกให้ได้
เมื่อจบมัธยมปลาย ความฝันของวินตันก็เป็นจริง เขาได้รับทุนจากโรงเรียนดนตรีจูลิอาร์ด ทุนของโรงเรียนช่วยให้วินตันมีโอกาสศึกษากับครูชั้นยอด ในขณะเดียวกันก็ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของพ่อแม่ซึ่งมีลูกหลายคน
ถึงกระนั้นในระหว่างที่เรียน วินตันก็ยังต้องทำงานหาเงินพิเศษไปด้วย แต่เขาโชคดีกว่าคนอื่น เพราะงานพิเศษก็คือการเล่นดนตรี ทำให้ได้ซ้อมไปในตัว แถมยังได้พบบรรดานักดนตรีอาชีพ ซึ่งจะให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ต่างๆ นอกเหนือจากที่ได้จากครูในโรงเรียน
ไม่ช้า วินตัน มาร์ซาลิส ก็จะกลายเป็นหนึ่งในนักดนตรีชื่อดังของโลก
นอกจากพ่อแม่ ครู และเพื่อนนักดนตรีรุ่นพี่แล้ว สิ่งหนึ่งที่วินตัน มาร์ซาลิส รู้สึกตัวว่าเป็นหนี้บุญคุณอย่างยิ่ง คือไม้เรียวของแม่ในครั้งกระโน้น เพราะเป็นเสมือนลูกศรบนถนนแห่งชีวิต ชี้ให้เขาเลี้ยวไปในทางที่ถูกต้อง
ความเห็นของวินตัน อาจทำให้ครูและพ่อแม่รุ่น spare the rod ต้องกลับไปคิดใหม่ ทำใหม่